ลดเวลาเรียน แล้วจะเพิ่มการรู้ได้จริงหรือเปล่า ???

POSTED BY Admin | 23 August 2016 |

แชร์
  • LINE it!
            เรื่องของการ "ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้" มีท่าน ศน. และ คุณครูถามเข้ามาเยอะเหมือนกัน อาจารย์ยังไม่ได้ตอบนะคะ แต่ ขอเสนอภาพนี้ เพื่อให้เข้าใจชัดเจนขึ้นอีกหน่อยว่า การเรียนรู้ หรือ "learning " ของเด็กนั้น อยู่ที่ว่ามีกระบวนการอะไรที่กระตุ้นให้ลงมือเรียนรู้ ลงมือปฏิบัติการ ลงมือคิด ลงมือเขียน ลงมือทำ และ แก้ไขปัญหาต่างๆ ขณะเรียนรู้ ชัดเจนหรือไม่
            เรื่อง ... การใช้เวลาเท่าไหร่... นั้นเป็นประเด็นหนึ่ง แต่ที่สำคัญที่สุด คือ ใช้เวลาอย่างมีประสิทธิภาพ มีกระบวนการชัดเจน มีroadmap ของการเรียนรู้ชัดเจนหรือไม่ จบกิจกรรมนั้นลงแล้ว อะไรบ้างที่ได้เรียนรู้ไปจริงๆ
            ในประเทศสิงคโปร์ ซึ่งเป็นผู้เสนอเรื่อง teach less learn more นั้น เสนอสโลแกนนี้ออกมา เพื่อตอบรับกับนโยบาย thinking classroom กล่าวคือ สิงคโปร์ได้วางแผนทุกอย่าง เพื่อให้ครูใช้เวลาในห้องเรียนอย่างมีคุณภาพ ให้นักเรียนลงมือเรียนรู้ สนทนา อภิปราย ระดมความคิด ลงมือทำใบงานต่างๆ มากกว่าการนั่งฟังครูสอนและจดบนกระดาน เขาต้องการให้นักเรียน learn more จึงเรียกร้องครูว่า ได้โปรดพูดให้น้อยลงหน่อย หยุด chalk & talk แล้วให้นักเรียน "ลงมือ" เรียนรู้ นักเรียนจะได้ learn more เพราะฉะนั้นจึงย้ำว่า ต้อง " teach less " เป็นการเล่นสำนวน
            สรุปว่า ผู้เสนอสโลแกนนี้ ได้นำเอา teach less learn more มาเป็นกระบวนการไปสู่ความสำเร็จของการพัฒนาทักษะการคิด thinking skill เพื่อนำนักเรียนเข้าสู่โลกในศตวรรษใหม่ หรือ thinking school นั่นเองค่ะ
            ทั้งหมดที่เล่ามานี้ เป็นประวัติความเป็นมาของ สโลแกน teach less learn more ผู้พูดคนแรกคือ นายกรัฐมนตรีลีเซียนลุง ลูกชายของนายกลีกวนยู แห่งสิงคโปร์ เพราะเขาได้ขึ้นเป็นรัฐบาลต่อจากนายโก๊จ๊กตง และหวังจะนำการศึกษาและนักเรียนสิงคโปร์ให้เปํนแนวหน้าระดับโลกนั่นเอง ค่ะ (credit ภาพ : pinterest) อ้อ 8 ways นั้น โปรดติดตามอ่านตอนต่อไปนะคะ
 


ภาพ: ให้นักเรียน "ลงมือ" เรียนรู้ นักเรียนจะได้ learn more